Pages

Showing posts with label ความหวาดกลัว. Show all posts
Showing posts with label ความหวาดกลัว. Show all posts

Friday, October 2, 2020

หวาดกลัวอย่างรุนแรง! พ่อเด็ก 2 ขวบเปิดอาการ ลูกชายถูก 'ครูสารสาสน์' ถุงดำครอบหัว - thebangkokinsight.com

hitagajah.blogspot.com

พ่อเผยอาการลูกชายวัย 2 ขวบ หวาดกลัวอย่างรุนแรง ถูก “ครูอิง” ครูพี่เลี้ยงโรงเรียนสารสาสน์ราชพฤกษ์ ทำร้ายร่างกาย ใช้ถุงดำครอบครัว ลั่น ดำเนินคดีถึงที่สุด 

พนักงานสอบสวน สภ.ชัยพฤกษ์ เชิญผู้ปกครองเด็กนักเรียนห้องเนิร์สเซอรี A ของโรงเรียนสารสาสน์ วิเทศ ราชพฤกษ์ เข้าพบ หลังพนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และสรุปเหตุการณ์การกระทำความรุนแรงในห้องดังกล่าว ได้กว่า 16 เหตุการณ์ ขณะเดียวกัน มีผู้ปกครองกว่า 10 ครอบครัว เดินทางมาดูภาพจากกล้องวงจรปิด ดังกล่าว

นายรณรงค์ แก้วเพชร เครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม ได้พาผู้ปกครองบางส่วนมาติดตาม เร่งรัดคดี กับพนักงานสอบสวนหลังพบการกระทำผิดของครูและพี่เลี้ยงอย่างรุนแรง

ด้าน นายอดิศักดิ์ ผู้ปกครองน้องวิน อายุเพียง 2 ขวบครึ่ง เล่าว่า ลูกชายของตนถูกครูพี่เลี้ยงชื่ออิง นำถุงดำครอบ โดยมีลักษณะถอดเข้าออก ทำให้น้องวิน มีอาการหวาดกลัวอย่างรุนแรง และ นั่งร้องไห้ นานกว่าหลายนาที ซึ่งเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด พบว่า เมื่อวันที่ 22 กันยายน ที่ผ่านมา ยังพบอีกว่า ครูแพรว ซึ่งเป็นครูประจำชั้น ได้ล็อกคอเด็ก และกระชากเด็กลงไปกับพื้นและพยายามจับเด็กล้มนอน โดยที่เด็กอยู่ระหว่างขาทั้ง 2 ข้าง

หลังจากนั้นครูแพรวยังนำถุงดำดังกล่าวที่เคยข่มขู่ มาวางไว้เพื่อขู่ให้เกิดความหวาดกลัว ซึ่งตนและภรรยาเพิ่งเห็นภาพจากกล้องวงจรปิด เมื่อคืนที่ผ่านมา ยอมรับว่าถึงกับรับไม่ได้ เพราะพฤติกรรมดังกล่าวไม่ใช่พฤติกรรมของผู้ที่จะมาเป็นครู

หลังจากนี้ทางตนจะดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด เบื้องต้นจะให้ลูกพักการเรียนไปก่อน เพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัย และมีความประสงค์จะย้ายเด็กในภายหลังอย่างแน่นอน

ก่อนหน้านี้ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์” เปิดโปงพฤติกรรมทำร้ายเด็กเตรียมอนุบาลวัยเพียงแค่ 2 ขวบ ของครูโรงเรียน สารสาสน์ ราชพฤกษ์ รายล่าสุด ที่ชื่อว่า “ครูอิง” ทั้งทำร้ายร่างกาย เอาถุงดำมาคลุมทั้งตัวเด็ก และจับเด็กไปขังไว้ในถังขยะ โดยระบุว่า

พ่อแม่ใจจะขาด หลังดูวงจรปิด ลูกถูก #เช่ออิง บังคับให้นั่งแล้วเอาถุงดำคลุมทั้งตัว ให้หยุดร้องไห้ บางคลิปเอามืออุดปากอุดจมูกเด็กให้เงียบ หลังจากทุบตีเด็ก #เนอร์สเซอรี #เด็ก 2 ขวบ

เอาถุงดำใส่ขยะมาครอบเด็กทั้งตัวหลังจากใช้กำลังทุบตีเด็กเพราะเด็กร้องไห้ไม่หยุด ถ้าเด็กขาดอากาศหายใจตายจะทำยังไง คลิปวันต่อมาปรากฎ #เช่ออิง แค่เอาถุงดำมาวางตรงหน้า เด็กก็กลัวแล้ว… #เนอร์สเซอรี่ #สารสาสน์ราชพฤกษ์ บางคลิปเอาหน้าแข้งเหยียบให้เด็กหยุดร้อง

#เช่ออิง ไปเช็คประสาทบ้างระ พ่อแม่อึ้ง ลูกวัย 2 ขวบ ถูกจับขังในถังขยะให้หยุดร้องไห้ #เนอร์สเซอรี่

เหตุการณ์นี้ ถือเป็นเรื่องอื้อฉาวล่าสุด ที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนในเครือสารสาสน์ ซึ่งนับแต่ที่มีการเปิดเผยพฤติกรรมของ “ครูจุ๋ม” ครูพี่เลี้ยงเด็กอนุบาล โรงเรียนสารสาสน์ ราชพฤกษ์ ทำร้ายเด็กมาเป็นรายแรก ก็เกิดการตรวจสอบ และพบกรณีทำร้ายเด็กมาอย่างต่อเนื่อง

ผู้บริหาร สารสาสน์ ยอมรับผิด

ก่อนหน้านี้ ผู้บริหารสารสาสน์ ก็ได้ยอมรับผิด ขอโทษทุกฝ่าย กำหนดแนวทางเยียวยา ตั้งโต๊ะรับเรื่องร้องเรียน พร้อมตั้งผู้อำนวยการโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์คนใหม่

นายพิสุทธิ์ ยงค์กมล ผู้แทนผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนสารสาสน์ กล่าวภายหลังประชุมหารือกับ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ว่า ในนามตัวแทน ผู้บริหารสารสาสน์ ยอมรับผิด และเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยถือเป็นข้อผิดพลาดที่ตัวบุคคล และยอมรับว่าครู ผู้บริหารที่อยู่ในโรงเรียน ต่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่อปฏิกริยาของผู้ปกครอง การตัดสินใจจึงล่าช้า ซึ่งถือเป็นข้อบกพร่องของทางโรงเรียน และพร้อมจะให้ความช่วยเหลือ นักเรียนและผู้ปกครอง ด้วยความยุติธรรม

ทั้งนี้ ทางผู้บริหารได้แต่งตั้ง น.ส.วารุณี เผือกเทศ ขึ้นเป็น อำนวยการโรงเรียนสารสาสน์คนใหม่ ที่ทำหน้าที่บริหารและจะสามารถแก้ไขปัญหาทุกเรื่อง และให้คำตอบได้ภายใน 1 วัน รวมทั้งจะมีคณะผู้บริหารชุดใหม่ เข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด

พร้อมกันนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไป ทางโรงเรียน จะตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนที่ห้องธุรการ มีเจ้าหน้าที่ คอยรับเรื่องร้องเรียน และทุกอย่างจะนำไปสู่การปฏิบัติแก้ไขโดยเร็วที่สุด รวมถึงการคัดกรองประสิทธิภาพ และสุขภาพจิตใจของครู โดยจะทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมสุขภาพจิต จะเข้าไปประเมินอย่างสม่ำเสมอ

“วันนี้ผมก็ไม่มีอะไรจะฝากถึงผู้ปกครอง นอกจากคำขอโทษ เราไม่แก้ตัวในสิ่งที่เกิดขึ้น ความไม่เข้าใจ กระแสรุนแรงที่เกิดขึ้น เราขออภัยท่านผู้ปกครอง ขออภัยพี่น้องประชาชน ขออภัยคุณพ่อคุณแม่ทุกคน ที่ให้ความไว้วางใจสารสาสน์ แล้วเราทำให้ท่านผิดหวังกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น” นายพิสุทธิ์ กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow

Let's block ads! (Why?)



"ความหวาดกลัว" - Google News
October 03, 2020 at 11:28AM
https://ift.tt/3jEtgu1

หวาดกลัวอย่างรุนแรง! พ่อเด็ก 2 ขวบเปิดอาการ ลูกชายถูก 'ครูสารสาสน์' ถุงดำครอบหัว - thebangkokinsight.com
"ความหวาดกลัว" - Google News
https://ift.tt/2XpGqCo

"ถุงดํา" ครอบนักเรียน สารสาสน์โฉ่อีก พ่อโร่แจ้งจับ 2 ครู วงจรปิดมัดแน่น - ไทยรัฐ

hitagajah.blogspot.com

ฉาวอีกแล้ว 2 ครูใช้ถุงดำคลุมหัวเด็กนักเรียนเตรียมอนุบาลขู่ให้เกิดความหวาดกลัว บังคับให้เด็กหยุดร้องไห้ ผู้ปกครองขอดูคลิปโหดแห่เข้าแจ้งความ ขณะที่นิติกรคุรุสภาเข้าแจ้งความครูจุ๋มและเพื่อนรวม 4 คน ความผิดไม่มีใบประกอบวิชาชีพ ส่วนผู้บริหารสารสาสน์ถูกดำเนินคดีไปด้วย

คดีครูโหดที่โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จ.นนทบุรี เริ่มบานปลายมีหลายเหตุการณ์ที่นักเรียนถูกทำร้าย ผู้ปกครองดูคลิปโหดรายวันรับไม่ได้กับครูจิตใจโหดร้าย ทยอยเข้าแจ้งความที่ สภ.ชัยพฤกษ์ ส่วนทีมสหวิชาชีพอึ้งประเมินสภาพจิตใจเด็ก 4 คนจาก 7 ครอบครัวมีพฤติกรรมกรีดร้อง หวาดผวา ระดมทีมนักจิตวิทยาดูแลอย่างใกล้ชิด

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 ต.ค. ที่ สภ.ชัยพฤกษ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ผู้ปกครองทยอยพาลูกเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.อุทิศ อาสานอก รอง สว. (สอบสวน) พร้อมนำคลิปขณะลูกถูกทำร้ายในห้องเรียน ร.ร.สารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ มอบให้กับตำรวจไว้เป็นหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับ น.ส.ทิพย์สุดา หรือครูอิ้ว หินพราย ในข้อหาทำร้ายเด็กนักเรียน

น.ส.รัตติยา เขม้นเขตการ อายุ 34 ปี ผู้ปกครองเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 1 ห้องซี เปิดเผยว่า ดูภาพจากกล้องวงจรปิดภายในห้องเรียนเมื่อวันที่ 21 ก.ย. ลูกชายนั่งระบายสีถูกครูอิ้วกระชากผมลูกจนหน้าหงายและตบหน้าอย่างแรง ส่วนนายศักดิ์ดา การบุญ อายุ 42 ปี พ่อเด็กนักเรียนอนุบาล 1 ห้องซี เปิดเผยว่า ตนเห็นคลิปในวันที่ 21-22 ก.ย. ลูกสาวถูกครูอิ้วตบหน้า หยิกแก้ม และทุบหลัง

ส่วนนายจตุรงค์ ฝั้นสาย อายุ 30 ปี เปิดเผยว่า ลูกชายกลับจากโรงเรียนศีรษะปูดบวม ไม่แน่ใจว่าเป็นความซุกซนของลูกหรือมีใครกระทำ ขณะนี้ไปหาที่เรียนใหม่ให้ลูกชายไว้แล้ว แต่รอให้ครบเทอมเสียก่อน ขณะเดียวกัน นางสาวทัศนีย์ เทียมจันทร์ อายุ 33 ปี เข้ามาแจ้งความให้ดำเนินคดีกับนางญาณวัฒนา หรือครูบลู จิตตวิมล และ น.ส.เบญจ-มาพร หรือครูเจี๊ยบ บาทเงิน เป็นครูสอนชั้นอนุบาล 1 ห้องบี ใช้มือตบที่ท้องลูกสาวอย่างแรง

ต่อมาเวลา 10.30 น. นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พาผู้ปกครองชั้นเตรียมอนุบาล ห้องเอ ร.ร.สารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จำนวน 10 ราย เดินทางมาที่ สภ.ชัยพฤกษ์ เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเอาผิดกับครู 2 คน ทุบตีเด็กแล้วยังนำถุงขยะสีดำมาคลุมตัวเด็กไว้ให้เกิดความหวาดกลัว เพื่อให้เด็กหยุดงอแงหรือหยุดร้องไห้ ทำให้เด็กบางคนแค่เห็นเอาถุงดำมาวางขู่ก็เกิดอาการหวาดกลัวแล้ว ยังไม่นับกรณีที่เด็กบางรายมีรอยบาดแผลตามร่างกาย ครูอ้างว่าเด็กซุกซนเล่นกันจนเกิดรอยฟกช้ำ

นายรณณรงค์เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนให้มายืนยันตัวตนว่าเป็นผู้ปกครองของเด็กรายใดบ้าง ผ่านทางกล้องวงจรปิด แต่น่าเสียดายที่กล้องวงจรปิดสามารถดูย้อนหลังได้แค่ 3 วัน ทำให้พบเห็นพฤติกรรมครูเพียงเท่านี้ ล่าสุดครูที่สอนทั้ง 2 รายคือครูอิงและครูแพรวหายตัวไปจากโรงเรียนแล้ว ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย สำหรับการกระทำของครูคือใช้ถุงขยะสีดำคลุมตัวเด็ก เสี่ยงมากที่เด็กจะขาดอากาศหายใจจนเสียชีวิต วันนี้ต้องมาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ให้ดำเนินคดีเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกายทารุณกรรมเด็ก

ด้านนายอดิศักดิ์ เกียรติพนมแพ อายุ 34 ปี เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 21-23 ก.ย. ดูภาพกล้องวงจรปิดพบว่าครูอิงกับครูแพรวช่วยกันจับลูกชายแล้วนำถุงขยะมาคลุมศีรษะ ครูทั้ง 2 คนยังแสดงอาการหัวเราะเป็นที่สนุกสนาน เห็นแล้วสลดใจมาก รับไม่ได้ที่ครูมีพฤติกรรมในลักษณะแบบนี้ ยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

ที่ ร.ร.สารสาสน์วิเทศบางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พร้อม พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ ใจหลวง ผกก.ตม.จ.นนทบุรี นายศักดิ์ศิลป์ บุรินทร์กุล นักวิชาการแรงงานชำนาญการหัวหน้าชุดตรวจสอบการทำงานของสำนักงานจัดหางานจังหวัดนนทบุรี เข้าตรวจสอบเอกสารของครูต่างด้าว มี น.ส.สุภาวดี วิไลสอน ผอ.ร.ร.สารสาสน์วิเทศบางบัวทอง นำเอกสารหลักฐานต่างๆของครูต่างด้าวรวม 67 คน มาให้ตรวจสอบ ผลการตรวจสอบทุกคนมีเอกสารประกอบการสอน และเอกสารการเข้าเมืองถูกต้องทุกคน

ขณะที่นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพครู (กมว.) คุรุสภา เปิดเผยถึงกรณีการตรวจสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ว่า คุรุสภาตรวจสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของครู ร.ร.สารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จำนวน 400 คน พบว่ามีครูที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูที่ถูกต้อง 98 คนเท่านั้น คุรุสภาเตรียมฟ้องดำเนินคดีกับทางสถานศึกษาต่อไป

นายเอกชัยกล่าวอีกว่า ขณะนี้หารือกับทางเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ให้กำหนดยูนิฟอร์มพี่เลี้ยงกับครูผู้สอนให้แตกต่างกัน เพื่อให้ผู้ปกครองรู้ว่าใครเป็นพี่เลี้ยง ใครเป็นครู นอกจากนี้การรับพี่เลี้ยง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า ห้องเรียนต้องมีพี่เลี้ยงสัดส่วนเท่าใด แต่ยังไม่กำหนดคุณสมบัติชัดเจน กมว.จะเสนอแนะให้มีการอบรมพัฒนาพี่เลี้ยง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรฐาน มีคุณภาพ เข้าใจเด็ก และต้องแสดงใบการอบรมพัฒนาต่างๆร่วมด้วย ขณะเดียวกันสถานศึกษาต้องมีหลักฐานว่าได้อบรมตามหลักสูตรที่มีอยู่

“การประกอบธุรกิจทางการศึกษา หลายคนอาจบอกว่าไม่ได้มุ่งหวังผลกำไร แต่ถ้าใครที่มุ่งหวังผลกำไรเพื่อความอยู่รอด ขอให้คำนึงถึงคุณภาพที่จะยื่นให้แก่ผู้ปกครองด้วย นั่นคือถ้าท่านเก็บค่าเล่าเรียนสูง และสูงเกินกว่าปกติ ควรจะมีจิตสำนึกความรับผิดชอบถึงคุณภาพที่จะให้กับผู้ปกครองส่งบุตรหลานมาเรียนร่วมด้วย” นายเอกชัยกล่าว

ด้านนางสุภัชชา สุทธิพล อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทำร้ายเด็กขึ้นอีก ดย.เพิ่มเติมช่องทางการแจ้งเหตุทาง Email : childprotectiondcy@gmail.com หรือ โทร. 08-1847-6791 รวมถึงแจ้งที่บ้านพักเด็กและครอบครัวทั้ง 77 จังหวัด และสายด่วนศูนย์ช่วยเหลือสังคมโทร. 1300 นอกจากนี้ จะร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย หน่วยงานภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายด้านเด็ก หารือการวางแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ทุกหน่วยงานที่มีเด็กอยู่ในความดูแลต้องมี “นโยบายการคุ้มครองเด็ก” เพื่อให้เด็กได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546

เมื่อเวลา 16.30 น. นายสุญาดา สุนทรศาลทูล ผอ.สำนักจรรยาบรรณวิชาชีพและนิติการ คุรุสภา เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สถิตพร บุณยรัตพันธุ์ ผกก.สภ.ชัยพฤกษ์ พร้อมเอกสารหลักฐานเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับครูที่สอนเด็กอนุบาล 1 ห้องอี 4 คน ประกอบด้วย น.ส.อรอุมา หรือครูจุ๋ม ปลอดโปร่ง น.ส.นิษาชล หรือครูนิ พัฒนแสง นายมาร์วิน ลิวานัก โอเรโฮล่า ครูสอนดนตรีชาวฟิลิปปินส์ และ น.ส.ภมรลักษณ์ หรือครูเปิ้ล ลักมีเมธา เป็นครูประจำชั้น ในความผิดประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบประกอบวิชาชีพจากคุรุสภา และให้ปากคำเพื่อดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหากับผู้บริหาร ร.ร.สารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ในความผิดจ้างบุคคลต่างด้าวและจ้างครูไม่มีใบประกอบวิชาชีพด้วย

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)



"ความหวาดกลัว" - Google News
October 03, 2020 at 05:01AM
https://ift.tt/3in7ERb

"ถุงดํา" ครอบนักเรียน สารสาสน์โฉ่อีก พ่อโร่แจ้งจับ 2 ครู วงจรปิดมัดแน่น - ไทยรัฐ
"ความหวาดกลัว" - Google News
https://ift.tt/2XpGqCo

โกยเถอะโยม - pptvhd36.com

hitagajah.blogspot.com

เรื่องราวเกี่ยวกับ "ผีเด็กเร่ร่อน" ที่ต้องการตามหาพ่อซึ่งไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน แต่ด้วยความเหงาและอยากมีเพื่อน ผีเด็กจึงชอบปรากฏตัวให้ผู้คนได้เห็นอย่างซุกซน ซึ่งในการปรากฏตัวทุกครั้งได้สร้างความอลหม่านวุ่นวายและความหวาดกลัวให้กับชาวบ้าน จนชาวบ้านทุกคนต้องรวมพลคนกลัวผีขึ้นมาและแห่กันไปพึ่ง "หลวงพ่อ" เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในหมู่บ้าน

เรื่องราวความน่ากลัวต่าง ๆ ถูกเล่าผ่านบรรดาชาวบ้านที่นำทีมโดย "เจ๊หลี" เจ้าของร้านขายของชำที่มีลูกสาวชื่อ "กิ๊ก" ที่ไปแอบชอบกับเด็กวัดก้นกุฏิที่ชื่อ "หรั่ง" โดยมี "กบ" เด็กวัดคู่หูที่คอยช่วยเหลือทั้งสองจากการขัดขวางความรักของเจ๊หลี และตามขบวนมาด้วย "ลุงชู" ภารโรงมาดเนี๊ยบที่แอบชอบเจ๊หลีจนออกนอกหน้า มาพร้อมกับ "เฮียเท๊งขายหมู" และชาวบ้านอีกมากมายที่ต่างเจอเรื่องวุ่น ๆและความน่ากลัวของผีเด็ก จึงมารวมตัวกันที่ศาลาวัดและเล่าเรื่องราวความหวาดกลัวเหล่านั้นด้วยมุขตลกต่างๆ และร่วมกันคิดหาวิธีกำจัดผีเด็ก สุดท้ายทุกคนจึงตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับผีเด็ก

ติดตามความฮาแบบจัดเต็มในหนังไทยเรื่อง "โกยเถอะโยม" ในโปรแกรม "หนังดังยามบ่าย" วันศุกร์ 9 ต.ค. 63 เวลา 15.00 น. ทาง PPTV HD ช่อง 36

Let's block ads! (Why?)



"ความหวาดกลัว" - Google News
October 03, 2020 at 01:39AM
https://ift.tt/33repNH

โกยเถอะโยม - pptvhd36.com
"ความหวาดกลัว" - Google News
https://ift.tt/2XpGqCo

Thursday, October 1, 2020

ชาวซีเรียเปิดเผยกับบีบีซี ถูกหลอกไปอาเซอร์ไบจานและเข้าร่วมการสู้รบ - บีบีซีไทย

hitagajah.blogspot.com

โปรดเปิดการใช้งาน JavaScript หรือบราวเซอร์ต่างออกไป เพื่ดูเนื้อหานี้

อาร์เมเนียกล่าวหาตุรกีว่าส่งนักรบชาวซีเรียหลายพันคนเข้ามาในอาเซอร์ไบจาน ขณะที่ทั้งอาเซอร์ไบจานและตุรกีต่างปฏิเสธข้อกล่าวหาต่าง ๆ แต่บีบีซี ได้ติดต่อกับชายชาวซีเรียที่ถูกเกณฑ์ไปสู้รบ หลังจากตอบรับไปทำงานคุ้มกันฐานที่ตั้งของทหาร แต่เขากลับถูกส่งไปเข้าร่วมสงครามโดยไม่รู้ตัว ในประเทศที่เขาไม่เคยเดินทางไป

"ผมไม่รู้ว่าเราจะต้องไปรบ เราอยากกลับไปซีเรีย" อับดุลเลาะห์ นามสมมุติ เป็นชาวซีเรียที่เข้าร่วมในสงครามที่ไม่ได้รบเพื่อชาติตัวเอง"

เขาบอกบีบีซีผ่านข้อความทางโทรศัพท์ว่า เขาเป็นหนึ่งในชาวซีเรีย 2,000 คน ที่ถูกส่งไปรบที่ภูมิภาคนากอร์โน-คาราบัค

"ผู้บัญชาการกองทัพแห่งชาติซีเรียซึ่งเป็นฝ่ายต่อต้านขอให้เราไปอาเซอร์ไบจานเพื่อคุ้มกันทหารตามแนวชายแดนโดยแลกกับค่าตอบแทนสูงถึง 2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน" อับดุลเลาะห์เล่า

"ตอนนั้นไม่มีสงคราม และเราก็ไม่ได้รับการฝึกสอนด้านการสู้รบเลย"

อับดุลเลาะห์ บอกว่า พวกเขาเดินทางไปยังอาเซอร์ไบจานผ่านทางตุรกี พวกเขาถูกปล่อยไว้ที่ฐานทหารแห่งหนึ่งบริเวณชายแดนติดกับอาร์เมเนีย หลายวันถัดมา การสู้รบระหว่างชาวอาเซอรีกับชาวอาร์เมเนียก็เริ่มขึ้น

เขาบอกว่า "พวกเราอยู่ในชุดชาวอาเซอร์ไบจาน แล้วพวกเขาก็พาเราขึ้นรถบรรทุกทหาร แจกจ่ายอาวุธประจำกายให้คนละชิ้น เราไม่รู้แม้กระทั่งว่าศัตรูของเราอยู่ที่ไหน จากนั้นก็เริ่มมีการระเบิด"

"ผู้คนร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวและอยากกลับบ้าน ชาวซีเรียส่วนใหญ่ที่นี่เป็นพลเรือนที่ยากจนและไม่ใช่ทหาร" อับดุลเลาะห์ กล่าว

อับดุลเลาะห์ บอกว่าเขาเห็นชาวซีเรียล้มตายระหว่างการต่อสู้

"เราพยายามแจ้งผู้นำอาเซอรีที่นี่ว่า เราอยากจะกลับไปซีเรีย แต่พวกเขาห้ามเราไว้ และขู่เราว่าจะจับเราขังคุกเป็นเวลานาน ถ้าเราไม่ยอมไปต่อสู้อยู่ที่แนวหน้า"

"ตอนนี้เสมือนว่าเราถูกเนรเทศ เราอยากจะกลับไปซีเรีย" เขากล่าว

Let's block ads! (Why?)



"ความหวาดกลัว" - Google News
October 02, 2020 at 08:18AM
https://ift.tt/3jmuDNv

ชาวซีเรียเปิดเผยกับบีบีซี ถูกหลอกไปอาเซอร์ไบจานและเข้าร่วมการสู้รบ - บีบีซีไทย
"ความหวาดกลัว" - Google News
https://ift.tt/2XpGqCo

ผู้ปกครอง เผยเด็กถูกครูทำร้ายส่งผลพฤติกรรมเปลี่ยน ทั้งหวาดผวา -ก้าวร้าว - ช่อง 7

hitagajah.blogspot.com
เช้านี้ที่หมอชิต - ผู้ปกครองนักเรียนที่ถูกครูทำร้ายร่างกาย เผยลูกซึมซับพฤติกรรมที่ได้รับและเห็นในห้องเรียน มาใช้กับคนในครอบครัว บางรายยังหวาดผวาไม่กล้าอยู่คนเดียว บางคนก้าวร้าวใช้ความรุนแรง

ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ยังคงทยอยเดินทางมาที่ สภ.ชัยพฤกษ์ เพื่อให้ปากคำกับตำรวจและขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม

แม่ของเด็กหญิง อายุ 3 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 1 ห้องเรียนของครูจุ๋มเปิดเผยว่า ลูกถูก ครูนิ ที่สอนศิลปะตบศีรษะขณะที่กำลังนั่งอยู่ จึงได้เข้ามาแจ้งความดำเนินคดี ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้พบพฤติกรรมของลูกที่ผิดปกติ เมื่อพาเข้าห้องน้ำลูกจะมีอาการหวาดกลัว เมื่อสอบถามจึงรู้ว่า ถูกครูจุ๋มจับขังห้องน้ำ จึงมาขอภาพจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม

ซึ่งก่อนหน้านี้ลูกเคยแสดงอาการหวาดผวาแล้ว แต่ไม่ทันเอะใจ เพราะไม่คิดว่าจะเกิดจากการถูกครูทำร้ายในโรงเรียน จากนี้ตั้งใจให้ลูกเรียนให้จบเทอมนี้ จึงจะย้ายไปเรียนที่อื่น เพราะไม่เชื่อมั่นทางโรงเรียนแล้ว และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้ทำอะไรให้เห็นเป็นรูปธรรม และไม่ได้รับการติดต่อจากโรงเรียนเลย

เช่นเดียวกับพ่อแม่ของนักเรียนหญิงชั้นอนุบาล 1 ห้องเดียวกัน บอกว่า ลูกเล่าให้ฟังว่าถูก ครูจุ๋ม พาไปที่ห้องน้ำแล้วหยิกขา ก่อนจะใช้กำปั้นทุบที่หลังขณะที่กำลังนั่งปัสสาวะอยู่ ซึ่งพบว่าลูกซึบซับพฤติกรรมความรุนแรงของครูมาใช้กับน้องสาว

ล่าสุด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรีได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดี เบื้องต้นตำรวจได้ไปอายัดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดบริเวณหน้าห้องน้ำของโรงเรียนมาแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างไล่กล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบว่า เหตุเกิดที่ห้องน้ำตรงจุดใดของโรงเรียน เนื่องจากมีผู้ปกครองหลายคน ให้การว่าลูกถูกครูพาไปที่ห้องน้ำแล้วทำร้ายร่างกายด้วย โดยจะดูพฤติกรรมของ ครูจุ๋ม เพิ่มเติมว่าจะเข้าข่ายกักขังหน่วงเหนี่ยวหรือไม่โดยในส่วนของ ครูจุ๋ม มีผู้ปกครองเข้าแจ้งความแล้ว 17 คดี

Let's block ads! (Why?)



"ความหวาดกลัว" - Google News
October 02, 2020 at 08:33AM
https://ift.tt/3cQ2V9J

ผู้ปกครอง เผยเด็กถูกครูทำร้ายส่งผลพฤติกรรมเปลี่ยน ทั้งหวาดผวา -ก้าวร้าว - ช่อง 7
"ความหวาดกลัว" - Google News
https://ift.tt/2XpGqCo

คอลัมน์โลกธุรกิจ - ครูลงโทษเด็ก - naewna.com

hitagajah.blogspot.com

ข่าวครูลงโทษนักเรียนเกินกว่าเหตุพาดหัวข่าวว่า “ครูใจยักษ์” “ครูใจร้าย”ปรากฏให้เห็นตามสื่อต่างๆ อยู่บ่อยครั้งเมื่อมีข่าวนี้ทำให้ผู้ปกครองหลายรายต่างวิตกกังวลว่า บุตรหลานของตนถูกลงโทษเกินกว่าเหตุหรือไม่ ไม่ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นครั้งไหน ทุกคนต่างขอให้เหตุการณ์นั้นเป็นครั้งสุดท้าย แต่หลังจากนั้นไม่นาน จะมีเหตุการณ์แบบนั้นอีก ความรุนแรงมากน้อยต่างกันไป

สัปดาห์ที่ 4 ของเดือนกันยายน พ.ศ. 2563 มีการนำเสนอข่าวครูโรงเรียนเอกชนชื่อดังอำเภอปากเกร็ดจังหวัดนนทบุรี ทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 1 ที่ตัวเองสอนอยู่ จนเด็กๆหวาดกลัว ไม่กล้าไปโรงเรียนผู้ปกครองหลายคนจึงเกิดความสงสัยว่า ทำไมบุตรหลานมีบาดแผลฟกช้ำ อีกทั้งยังละเมอ ตื่นขึ้นกลางดึก ท่าทางหวาดกลัว จึงได้รวมตัวกันไปขอตรวจสอบภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดภายในห้องเรียน และพบว่า ครูได้กระทำทารุณกรรมเด็กรูปแบบต่างๆ เช่น ใช้ไม้กวาดตีเด็ก ผลักให้เด็กล้มลงกับพื้น จับหัวดึงผม โขกหัวเด็ก ฟาดหลังเด็กลากเด็กไปห้องน้ำ ป้ายยาดมใส่ตาเด็กจนมีการแจ้งความดำเนินคดีครูในคลิป ที่สถานีตำรวจภูธรชัยพฤกษ์ จังหวัดนนทบุรี


ครูที่ปรากฏในคลิป คือ ครูจุ๋มมีฐานะเป็นครูผู้ช่วยบางสื่อหลีกเลี่ยงที่จะใช้คำว่า “ครู” จึงเรียกว่า “น.ส.จุ๋ม” แทน คงเป็นเพราะ ครู คือ แม่พิมพ์ของชาติ แต่สำหรับครูจุ๋มคงไม่ใช่ เพราะสิ่งที่น.ส.จุ๋ม กระทำต่อเด็กทารุณและโหดร้ายพ่อแม่เด็กเผยว่า พฤติกรรมลูกเปลี่ยนไป จากเด็กร่าเริง ช่างพูดช่างคุยกลายเป็นเด็กอารมณ์ร้าย ชอบตะคอก ชอบโยนของแล้วชี้นิ้วสั่งให้ไปเก็บ ง้างมือจะตีพ่อแม่

พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกน.ส.จุ๋ม รับทราบ ข้อกล่าวหา กรณีทำร้ายร่างกายนักเรียนชั้นอนุบาลกว่า10 คน ขณะนี้ 3 ข้อหา ได้แก่ 1.ทำร้ายร่างกาย 2.กักขังหน่วงเหนี่ยว 3.พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ซึ่งหากระหว่างทำการสอบสวนและพบว่าการกระทำของน.ส.จุ๋ม ผิดกฎหมายอื่นด้วย พนักงานสอบสวนสามารถแจ้งข้อหาเพิ่มเติมได้ ซึ่งการกระทำของน.ส.จุ๋มอาจเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 เนื่องจากเด็กยังเป็นเยาวชนการที่พนักงานสอบสวนจะพูดคุยต้องมีสหวิชาชีพ 4 ฝ่ายเข้าร่วมด้วย ได้แก่ อัยการ พนักงานสอบสวน นักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยา ทั้งคงต้องรอระยะเวลาสักพัก เพราะสภาพจิตใจเด็กๆ ยังอยู่ในสภาวะหวาดกลัว ต้องให้นักจิตวิทยาช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจ

คลิปที่น.ส.จุ๋ม ทำร้ายร่างกายเด็ก มีการส่งต่อหรือแชร์กันในโลกออนไลน์ มีไม่ต่ำกว่า 10 คลิป สร้างความหดหู่ใจยิ่งนัก คลิปเหล่าถือเป็นหลักฐานสำคัญที่ไม่เพียงแต่จะเอาความผิดแค่น.ส.จุ๋ม แต่บุคคลที่ปรากฏในคลิปที่เด็กๆเรียกว่าครู ได้แก่ ครูประจำชั้น, ครูชาวฟิลิปปินส์, ครูศิลปะที่พากันยืนดูพฤติกรรมที่น.ส.จุ๋ม กระทำต่อเด็กน้อยไร้เดียงสา แต่กลับไม่ห้ามปรามอย่างใด ถือว่ามีความผิดฐานละเว้นให้ความช่วยเหลือผู้ถูกกระทำ (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 374 ผู้ใดเห็นผู้อื่นตกอยู่ในภยันตรายแห่งชีวิตซึ่งตนอาจช่วยได้โดยไม่ควรกลัวอันตรายแก่ตนเองหรือผู้อื่นแต่ไม่ช่วยตามความจำเป็น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ) ทั้งถือได้ว่าเป็นตัวการร่วมหรือผู้สนับสนุนสำหรับครูชาวฟิลิปปินส์นอกจากจะปรากฏว่าทำร้ายเด็กแล้วยังพบว่า ถือวีซ่านักท่องเที่ยว แต่กลับมาสอนหนังสือมีความผิดทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ตามพ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560

แม้ขณะนี้ ทางโรงเรียนได้ให้บุคคลที่ปรากฏคลิปออกจากการเป็นครูแล้วโรงเรียนเอกชนแห่งนี้ถือว่าเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียง แต่ทำไมผู้บริหารโรงเรียนกลับปล่อยให้มีเรื่องเช่นนี้ทำไมไม่ดูกล้องวงจรปิดอย่างสม่ำเสมอ คงไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้

ทางกระทรวงศึกษาธิการควรเอาเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด เพื่อที่จะได้ไม่ให้มีเหตุการณ์เช่นนี้อีก เป็นเรื่องที่ถูกต้องและสมควรอย่างยิ่งที่มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบโรงเรียน พร้อมแจ้งความเอาผิดผู้บริหารและบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทุกข้อหาอย่างถึงที่สุด รวมถึงการตรวจสอบเอกสารเกี่ยวกับการจ้างครู และการดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนของทางโรงเรียนทั้งหมดว่าถูกต้องตามระเบียบของทางกระทรวงศึกษาธิการหรือไม่ใบประกอบวิชาชีพเลขที่เท่าไหร่และหมดอายุเมื่อไหร่ คนที่จะมาเป็นครูผู้สอนจะต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูที่ออกโดยคุรุสภา และต้องมีจิตวิทยาในการสอนเด็ก เบี่ยงเบนความสนใจของเด็ก แทนการบังคับขู่เข็ญ ถ้าไม่มีถือว่าเป็นครูเถื่อน มีความผิดระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามพ.ร.บ.ครุสภาและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 เชื่อว่าหลายโรงเรียนมีการจ้างครูโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

ในอดีตทั้งผู้ปกครองและครูจะนำสุภาษิต “รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี” เป็นแนวปฏิบัติ มีการลงโทษตามร่างกายได้ตามเหตุผลอันสมควร ผู้คนที่อายุ 40-50 ปี ขึ้นไป จำนวนไม่น้อยที่คงได้สัมผัสกับรสชาติของไม้เรียวทั้งบ้านและโรงเรียนต่างมีไม้เรียวติดไว้การถูกลงโทษด้วยไม้เรียวดูจะเป็นเรื่องปกติในสมัยนั้น ครูส่วนมากจะมีไม้เรียวเป็นของตนเอง บางคนอาจใช้บ่อยจนไม้เรียวหักนอกจากการตีแล้ว ยังมีการลงโทษแบบต่างๆ เช่น ปั่นจิ้งหรีด เดินเป็ด ขนมจีบ คาบไม้บรรทัด โดนขว้างด้วยแปรงลบกระดาน วิ่งรอบสนาม ยืนหน้าเสาธง ล้างห้องน้ำ มักจะมีการลงโทษในที่แจ้ง เพื่อให้เกิดความอับอายและไม่กล้าทำผิดอีก

การลงโทษนักเรียนที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมมีจุดประสงค์หลัก เพื่อให้นักเรียนที่ถูกครูลงโทษหลาบจำ และไม่ทำพฤติกรรมเช่นนั้นอีก โดยต้องการให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ถูกต้องดีงามตามที่สังคมกำหนด มายุคสมัยนี้ ผู้คนจะเคารพต่อสิทธิมนุษยชนมากขึ้นการลงโทษโดยการตี ถูกมองว่าเป็นการทำร้ายร่างกายและจิตใจ ทำให้นักเรียนเก็บกด ส่งต่อความรุนแรงให้ผู้อื่นโดยเฉพาะกับเด็กอนุบาล ยิ่งไม่สมควร ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2548 กำหนดให้การลงโทษเด็กทำได้แค่ 4 สถาน เท่านั้น คือ 1.ว่ากล่าวตักเตือน 2.ทำทัณฑ์บน3.ตัดคะแนนความประพฤติ และ 4.ทำกิจกรรมเพื่อปรับพฤติกรรม

การเขียนเสือให้วัวกลัวใช้ไม่ได้กับยุคปัจจุบัน คงถึงเวลาที่จะต้องเชือดไก่ให้ลิงดูแล้ว เพื่อเป็นมาตรฐานให้กับโรงเรียนเอกชนทุกแห่งทั่วประเทศครูคือแม่พิมพ์ของชาติ ส่วนเด็กในวันนี้ คือ ผู้ใหญ่ในวันหน้า ทั้งครูและเด็กต่างมีความสำคัญต่ออนาคตของประเทศ ปัญหานี้ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน อย่าปล่อยให้เนื้อร้ายกลายเป็นมะเร็ง

Let's block ads! (Why?)



"ความหวาดกลัว" - Google News
October 02, 2020 at 02:00AM
https://ift.tt/2SuUSpv

คอลัมน์โลกธุรกิจ - ครูลงโทษเด็ก - naewna.com
"ความหวาดกลัว" - Google News
https://ift.tt/2XpGqCo

Wednesday, September 30, 2020

ภาพเป็นข่าว : ระทึก! วัวพุ่งทำร้ายยาย-หลาน ในอินเดีย - ช่อง 7

hitagajah.blogspot.com
เหตุไม่คาดฝัน เมื่อคุณยายอายุ 75 ปี เดินออกมานอกบ้าน แล้วเดินผ่านวัวตัวหนึ่ง เกิดอะไรขึ้นไปดู

จับตาดูคุณยายอายุ 75 ปี เดินออกมาจากบ้านหลังหนึ่ง ในกรุงนิวเดลี ของอินเดีย เดินมาช้า ๆ ตามปกติ ปรากฏว่าพอวัวตัวนี้เห็นคุณยาย ก็พุ่งเข้าขวิด จนหญิงสูงวัยล้มลงกับพื้น เมื่อหลานเห็นว่ายายได้รับอันตราย ก็รีบวิ่งเข้ามาช่วยด้วยความตกใจ

พอวัวเห็นหลานวิ่งมา ก็พุ่งเข้าทำร้ายอีกคน ทั้งหลานทั้งยายส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ และหวาดกลัว แต่ไม่ว่าวัวจะดุร้ายอย่างไร หลานก็ไม่ทิ้งยาย พยายามเข้าไปช่วยเหลือให้ได้ แล้วก็โดนวัวทำร้ายซ้ำอีก

จนกระทั่งมีผู้เห็นเหตุการณ์รีบวิ่งเข้ามาช่วยไล่วัวไป กลัวก็กลัว แต่ก็ต้องช่วยยายหลาน

ส่วนคุณยายกับหลานชาย พบว่าได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ตอนนี้กลับบ้านได้แล้ว ไม่มีรายงานว่าทำไมวัวตัวนี้ถึงพุ่งเข้าทำร้ายยายหลาน แต่ยังไงก็ต้องระวังไว้ บ้านใครเลี้ยววัว มีมีวัวอาศัยอยู่ใกล้บ้าน ระวังเกิดเหตุเช่นนี้ด้วย

Let's block ads! (Why?)



"ความหวาดกลัว" - Google News
October 01, 2020 at 09:51AM
https://ift.tt/3cMp0FW

ภาพเป็นข่าว : ระทึก! วัวพุ่งทำร้ายยาย-หลาน ในอินเดีย - ช่อง 7
"ความหวาดกลัว" - Google News
https://ift.tt/2XpGqCo

Tuesday, September 29, 2020

ชาวบ้าน จ.สมุทรปราการ ยังหวาดกลัว เหตุสารเคมีรั่ว วอนแก้ปัญหาระยะยาว - ช่อง 7

hitagajah.blogspot.com
กรณีเกิดสารเคมีรั่วในพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ขณะนี้ชาวบ้านในพื้นที่ยังหวาดกลัว เพราะยังไม่รู้ว่าสารเคมีที่รั่วเป็นสารชนิดใด วอนผู้เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาระยะยาว

จากกรณีที่คนรับซื้อของเก่าใช้ก๊าซตัดถังสารเคมีแล้วเกิดสารเคมีรั่วฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ทำให้ต้นไม้ในรัศมี 50 เมตร เหี่ยวเฉาทันที ส่วนชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียง 9 คน เป็นผู้ใหญ่ 7 คน และเด็ก 3 คน ที่สูดดมสารเคมีเข้าไปก็มีอาการแสบตา แสบจมูก ไอ และอาเจียน ในจำนวนนี้มีเด็กอายุ 12 ขวบ ที่มีอาการแน่นหน้าอก หายใจติดขัด เหตุเกิดขึ้นวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา

ทีมสนามข่าว 7 สี ลงพื้นที่ไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุอีกครั้งเมื่อวานนี้ (29 ก.ย.) พบว่าเจ้าหน้าที่ยังคงกันพื้นที่ไม่ให้ใครเข้าไป เจ้าของร้านขายของชำที่อยู่ตรงข้ามจุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุก็ต้องเก็บอาหารสำเร็จรูป อาหารพร้อมรับประทาน ที่วางขายอยู่ในร้านทิ้งไปจนหมด เพราะไม่แน่ใจว่าจะมีสารเคมีตกค้างอยู่หรือไม่ และตอนนี้ทั้งเขาและชาวบ้านในละแวกนี้กังวลใจมาก ไม่รู้ว่าในระยะยาวจะมีผลกระทบกับร่างกายอย่างไร เพราะจนขณะนี้ยังไม่มีคำยืนยันที่ชัดเจนว่าสารเคมีที่รั่วออกมานั้นเป็นสารชนิดใด 

สำหรับผู้บาดเจ็บที่ต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลก่อนหน้านี้ 9 คน ล่าสุดแพทย์ได้อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว 5 คน ยังเหลืออีก 4 คน ที่ต้องอยู่ดูอาการที่โรงพยาบาล 1 ในจำนวนนี้ เป็นเด็กชายอายุ 12 ขวบ ที่ถูกย้ายไปรักษาตัวที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี หรือ โรงพยาบาลเด็ก เนื่องจากสูดดมก๊าซระดับความเข้มข้นสูงเข้าไป ขณะนี้ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

ด้าน พันตำรวจเอก ประสาทพร ศรีสุขโข ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางแก้ว ระบุว่า อยู่ระหว่างรอสอบสวนคนงานที่แยกชิ้นส่วนถังสารเคมี รวมทั้งผู้บาดเจ็บหลังอาการทุเลา ทั้งนี้ ต้องรอผลตรวจของแพทย์จึงจะแจ้งข้อหาได้ตามขั้นตอน

ขณะที่ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรปราการ ได้หารือร่วมกับฝ่ายปกครองท้องถิ่น เพื่อเพิ่มมาตรการตรวจสอบร้านค้าของเก่า รวมไปถึงสถานประกอบการที่เกี่ยวข้อง ให้ระมัดระวังการเก็บ มีไว้ รวมถึงการคัดแยกถังบรรจุสารเคมีประเภทต่าง ๆ แม้จะไม่มีการนำมาใช้แล้วก็ตาม ส่วนกรณีที่เกิดเหตุคาดว่าเป็นถังเก่าที่เก็บไว้เป็นเวลานานแล้ว โดยที่ผู้ประกอบการไม่ทราบชนิดของสารเคมีที่บรรจุอยู่ข้างใน

Let's block ads! (Why?)



"ความหวาดกลัว" - Google News
September 30, 2020 at 08:56AM
https://ift.tt/30m2qiB

ชาวบ้าน จ.สมุทรปราการ ยังหวาดกลัว เหตุสารเคมีรั่ว วอนแก้ปัญหาระยะยาว - ช่อง 7
"ความหวาดกลัว" - Google News
https://ift.tt/2XpGqCo

คนร้ายลักลอบเผารถแบ็กโฮกลางดึก จ.เชียงใหม่ - ช่อง 7

hitagajah.blogspot.com
เกิดเหตุเพลิงไหม้รถแบ็กโฮ ที่จอดอยู่ในสวนของชาวบ้านที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งผู้เสียหายยืนยันว่าถูกลอบวางเพลิง สร้างความหวาดกลัวให้กับคนในครอบครัวเป็นอย่างมาก

ปลัดอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบในหมู่บ้านอ้อย ตำบลห้วยทราย อำเภอแม่ริม หลังรถแบ็กโฮที่จอดอยู่ในสวนของ นางจันทร์ฉาย แจ้งพรหม ถูกเพลิงไหม้จนวอดเสียหายไปทั้งคัน จากการตรวจสอบพบว่ารถแบ็กโฮที่จอดอยู่ใกล้ประตูทางเข้าสวน ถูกเพลิงไหม้จนเสียหายทั้งคัน มูลค่าความเสียหายประมาณ 500,000 บาท บริเวณที่เกิดเหตุพบคราบน้ำมันและถุงมือยางตกอยู่

นางจันทร์ฉาย เล่าว่า เธอได้ว่าจ้างรถแบ็กโฮคันดังกล่าวพร้อมคนขับ มาจากอำเภอสันกำแพง ให้มาปรับพื้นที่เตรียมปลูกต้นไม้ในพื้นที่สวนของตนเองประมาณ 5 ไร่ แต่พักหลังมา มีความขัดแย้งกับเจ้าของสวนใกล้เคียง เนื่องจากถูกทำรั้วปิดกั้นถนนสาธารณะ จึงกระทบกระทั่งกันมาหลายครั้ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา คนขับรถแบ็กโฮถูกข่มขู่ โดยขณะเกิดเหตุพบว่าเพลิงลุกลามจากด้านบนรถลงด้านล่าง จึงเชื่อว่าไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุอย่างแน่นอน

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เธอวิตกกังวลเรื่องความปลอดภัย จึงร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมอำเภอแม่ริมให้เข้าตรวจสอบ และประสานผู้นำชุมชนให้ดูแลเพิ่มมาตรการความปลอดภัย

Let's block ads! (Why?)



"ความหวาดกลัว" - Google News
September 30, 2020 at 09:15AM
https://ift.tt/3jgvmzX

คนร้ายลักลอบเผารถแบ็กโฮกลางดึก จ.เชียงใหม่ - ช่อง 7
"ความหวาดกลัว" - Google News
https://ift.tt/2XpGqCo

Monday, September 28, 2020

ภาพเป็นข่าว : แตกตื่น! จระเข้ลอยคอในคลองเขตสามพราน ก่อนถูกจับตาย - ช่อง 7

hitagajah.blogspot.com
เมื่อวานนี้ (28 ก.ย.) ชาวบ้านแถวสามพราน นครปฐม พากันแตกตื่น เพราะมีจระเข้ตัวใหญ่นอนอาบแดดบนถนน ลอยคอในคลอง

จระเข้ตัวใหญ่ขึ้นมานอนอาบแดดบนถนน ก่อนจะลงไปลอยคออยู่ในคลอง ภายในซอยเปโตร 3 ตำบลท่าข้าม อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม หลังฟาร์มจระเข้สามพราน ซึ่งจระเข้ตัวดังกล่าวเป็นจระเข้น้ำเค็ม มีนิสัยค่อนข้างดุร้าย

หลังเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบ ได้มีชาวบ้านจำนวนมากมามุงดู ซึ่งมันโผล่มาให้เห็นแค่ส่วนจมูก ผุบ ๆ โผล่ ๆ สร้างความหวาดกลัวให้คนพบเห็น

ตอนแรกพยายามใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าช็อตให้สลบ แต่มันก็ว่ายน้ำหายไป ซึ่งอุปสรรคไม่เพียงแค่น้ำสีดำและกอวัชพืชเท่านั้น แต่ยังมีท่อที่เชื่อมคลองแต่ละสาย ทำให้จระเข้ว่ายไปโผล่ตรงนั้นตรงนี้ ที่สุดเลยจำเป็นจะต้องใช้อาวุธปืนยิงจระเข้ให้ตาย เพราะถ้าหากปล่อยไปอาจจะลงแม่น้ำ ซึ่งคลองนี้เชื่อมกับแม่น้ำท่าจีน และอีกประมาณ 1 กิโลเมตรก็ลงแม่น้ำแล้ว หากปล่อยไว้อาจเป็นอันตรายกับชาวบ้านแน่นอน

สำหรับจระเข้ตัวดังกล่าว มีน้ำหนักประมาณ 100 กิโลกรัม ความยาวเกือบ 3 เมตร เป็นวัยพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ซึ่งถือว่ามีความดุร้ายมาก

Let's block ads! (Why?)



"ความหวาดกลัว" - Google News
September 29, 2020 at 10:00AM
https://ift.tt/3naF0GK

ภาพเป็นข่าว : แตกตื่น! จระเข้ลอยคอในคลองเขตสามพราน ก่อนถูกจับตาย - ช่อง 7
"ความหวาดกลัว" - Google News
https://ift.tt/2XpGqCo

แจ้งจับเท้าแชร์ ขู่บังคับลูกแชร์เบี้ยวหนี้ ขายบริการ จ.ฉะเชิงเทรา - ช่อง 7

hitagajah.blogspot.com
ผู้ปกครองหญิงอายุ 19 ปี แจ้งความหลังลูกสาวถูกกลุ่มเท้าแชร์ขู่บังคับจะให้ขายบริการทางเพศ หากไม่มีเงินจ่ายค่าแชร์ พร้อมส่งคลิปทำร้ายลูกแชร์รายอื่นมาข่มขู่ให้หวาดกลัว

เป็นคลิปวิดีโอที่กลุ่มเท้าแชร์ถ่ายไว้ ขณะทำร้ายร่างกายหญิงคนหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกแชร์ที่เบี้ยวจ่ายเงิน ก่อนจะนำมาเผยแพร่ในกลุ่มแชร์ หวังข่มขู่ให้ลูกแชร์คนอื่น ๆ หวาดกลัว

หลังคลิปนี้ถูกเผยแพร่ ทำให้พ่อของผู้หญิงอายุ 19 ปี ตัดสินใจพาลูกสาวเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เนื่องจากลูกสาวของเขาเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มแชร์นี้ และถูกเท้าแชร์ข่มขู่ทำร้ายร่างกาย จึงเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย

หญิงอายุ 19 ปี เล่าว่า ก่อนหน้านี้เธอรู้จักกับผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "แบงค์" ผ่านทางอินเทอร์เน็ต และถูกชักชวนให้มาเข้าร่วมวงแชร์ ชื่อ "แชร์บ้านแบงค์" วงละ 6,000 บาท จากนั้นเธอได้แข่งขันเปียแชร์แข่งกับเพื่อนสมาชิก ในราคาดอกเบี้ยสูงถึง 3,500 บาท

หลังจากนั้นต้องส่งเงินค่าแชร์ทุก ๆ 5 วัน ครั้งละ 750 บาท จนช่วงหลังเงินสดที่ได้มาเริ่มหมด และหาเงินส่งไม่ไหว จึงหยุดการส่งไป ทำให้ถูกปรับ เช่นถ้าเกิน 1 วัน คิดค่าปรับวันละ 500 บาท แต่ถ้าเกินรายชั่วโมงคิดชั่วโมงละ 50 บาท จนตอนนี้เป็นหนี้รวมกว่า 10,000 บาท หลังจากนั้นเท้าแชร์เริ่มทวงถามข่มขู่สารพัด ทั้งการปล่อยคลิปวิดีโอทำร้ายเด็กผู้หญิงที่เล่นแชร์แล้วเบี้ยวจ่ายเงิน จนเธอหวาดกลัว

ต่อมา นายแบงค์ ได้โทรศัพท์มาหา บอกให้ออกมาเจรจากัน เธอจึงขี่รถจักรยานยนต์ของพ่อออกไปหา เท้าแชร์จึงยึดรถจักรยานยนต์ของเธอไปอ้างว่าเป็นค่าดอกเบี้ย กระทั่งพ่อของเธอทราบเรื่องได้ติดต่อเท้าแชร์เพื่อขอไถ่ถอนรถจักรยานยนต์คืน แต่เท้าแชร์กลับส่งข้อความมาข่มขู่เธอ และจะบังคับให้เธอไปขายบริการทางเพศ เพื่อนำเงินมาจ่ายค่างวดแชร์ หากไม่ทำตามจะส่งคนมาทำร้าย จนเธอต้องหลบหนีไปอยู่กับญาติที่ต่างจังหวัด ก่อนจะปรึกษากับพ่อและตัดสินใจเข้าแจ้งความ

ไม่ใช่แค่หญิงอายุ 19 ปี ยังมีผู้ปกครองของเด็กชายอายุ 19 ปี ที่เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ว่าลูกชายถูกหลอกให้เข้าไปร่วมวงแชร์วงเดียวกัน โดยเล่นวงละ 6,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต้องส่งค่าแชร์ 5 วันต่อครั้ง ครั้งละ 1,200 บาท ทำให้ส่งไม่ไหว และถูกข่มขู่ว่าจะมาทำร้ายถึงบ้านพัก นอกจากนี้ยังมีเด็กวัยรุ่นอีกหลายคนที่ถูกชักชวนในร่วมวงแชร์ดังกล่าว ขณะนี้ผู้ปกครองเริ่มทยอยเข้าแจ้งความกับตำรวจแล้ว เบื้องต้นตำรวจได้สอบปากคำผู้ร้องทุกข์ไว้หลังจากนี้ และจะเชิญตัวเท้าแชร์รายนี้มาให้ปากคำ

Let's block ads! (Why?)



"ความหวาดกลัว" - Google News
September 29, 2020 at 08:48AM
https://ift.tt/30bYQYf

แจ้งจับเท้าแชร์ ขู่บังคับลูกแชร์เบี้ยวหนี้ ขายบริการ จ.ฉะเชิงเทรา - ช่อง 7
"ความหวาดกลัว" - Google News
https://ift.tt/2XpGqCo

หญิงสาวโร่แจ้งความ ถูกเท้าแชร์ส่งคลิปข่มขู่-บังคับให้ขายตัว หาเงินส่งค่าแชร์ - ช่อง 7

hitagajah.blogspot.com
เช้านี้ที่หมอชิต - หญิงสาวอายุ 19 ปี เข้าแจ้งความ หลังเล่นแชร์แล้วไม่มีเงินส่ง ถูกเท้าแชร์ส่งคลิปทำร้ายหญิงอีกคนมาข่มขู่ ยึดรถจักรยานยนต์เป็นค่าดอก แถมยังขู่บังคับให้ไปขายบริการ
 
นี่เป็นคลิปที่หญิงอายุ 19 ปี นำมาเป็นหลักฐานเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา โดยคลิปนี้เท้าแชร์ส่งมาในห้องไลน์ เพื่อข่มขู่ว่าหากเบี้ยวเงินค่าแชร์จะถูกทำร้ายแบบหญิงในคลิป

หญิงอายุ 19 ปี เล่าว่า ก่อนหน้านี้เธอรู้จักกับนายแบงค์ เท้าแชร์ผ่านทางอินเทอร์เนต โดยได้ชักชวนเธอเล่นแชร์ชื่อ "บ้านแบงค์" เธอจึงตกลงเล่นแชร์วงละ 6,000 บาท เมื่อเปียแชร์กลับได้เงินเพียง 2,500 บาท น้อยกว่าเงินต้นที่ส่งแชร์ จากนั้นจะต้องส่งแชร์ ทุก ๆ 5 วัน ครั้งละ 750 บาท เมื่อส่งมาสักพักก็เริ่มจะส่งไม่ไหว จึงหยุดส่งแชร์

โดยเท้าแชร์ได้ปรับที่ไม่ส่งเงิน คิดดอกเบี้ยชั่วโมงละ 50 บาท หากเกินเที่ยงคืนของวันที่ส่ง จะถูกปรับวันละ 500 บาท จนตอนนี้เธอเป็นหนี้รวมแล้วกว่า 10,000 บาท ต่อมาเท้าแชร์พยายามข่มขู่ต่าง ๆ นานา ทั้งปล่อยคลิปทำร้ายหญิงที่เล่นแชร์ในกลุ่ม จนทำให้เธอหวาดกลัว ก่อนที่นายแบงค์จะโทรมาหา และให้ออกมาเคลียร์นอกบ้าน แล้วยึดรถจักรยานยนต์ไปบอกว่าเป็นค่าดอก เมื่อพ่อของเธอทราบเรื่องจึงได้ติดต่อขอไถ่รถคืน

แต่ไม่นานเท้าแชร์ยังส่งข้อความข่มขู่และบังคับให้เธอไปขายบริการทางเพศ เพื่อนำเงินมาจ่ายค่าแชร์ หากไม่ทำจะส่งคนมาทำร้าย จึงต้องหนีไปอยู่บ้านญาติ และปรึกษากับพ่อ ก่อนเข้าแจ้งความ

ขณะที่แม่ของชายอายุ 19 ปี ได้เข้ามาให้ปากคำกับตำรวจเพิ่มเติม เธอบอกว่า ลูกถูกหลอกให้เข้าไปเล่นแชร์วงละ 6,000 บาท จะได้ดอกเบี้ยร้อยละ 20 เมื่อลูกชายไม่มีเงินส่งก็ถูกข่มขู่ว่าจะส่งคนมาทำร้ายเช่นกัน

เบื้องต้นตำรวจได้รับแจ้งความไว้ และพบว่ายังมีวัยรุ่นอีกหลายคนที่ถูกหลอกเข้าไปเล่นแชร์ในลักษณะดังกล่าว และกำลังรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความ

Let's block ads! (Why?)



"ความหวาดกลัว" - Google News
September 29, 2020 at 08:54AM
https://ift.tt/33aDkop

หญิงสาวโร่แจ้งความ ถูกเท้าแชร์ส่งคลิปข่มขู่-บังคับให้ขายตัว หาเงินส่งค่าแชร์ - ช่อง 7
"ความหวาดกลัว" - Google News
https://ift.tt/2XpGqCo

Friday, September 25, 2020

'สารสาสน์ฯ'ร่อนหนังสือแจง ไม่ป้องครูโหด-ลุยดำเนินคดี - เดลีนีวส์

hitagajah.blogspot.com

จากกรณี ครูผู้หญิงโรงเรียนเอกชนดังใน จ.นนทบุรี ทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียนของตัวเองได้ชั้น อ.1 ส่งผลให้เด็กเกิดความหวาดกลัวไม่กล้าไปโรงเรียน ขณะที่ผู้ปกครองเกิดความสงสัย ว่าทำไมบุตรหลานมีบาดแผลฟกช้ำ นอนละเมอผวากลางดึกว่า "จะไม่ทำอีกแล้วๆ" จนมีการตรวจสอบภาพจากกล้อง ปรากฏว่าความแตก พบเห็นการกระทำทารุนกรรมเด็กรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่ผลักให้เด็กล้มลงกับพื้น จับหัวดึงผม ใช้ไม้กวาดตีเด็ก โขกหัวเด็ก ซึ่งผู้ปกครองทนไม่ไหวรวมตัวกันเข้าร้องเรียนผู้บริหารโรงเรียน ก่อนแจ้งความเอาผิดดำเนินคดีตามกฎหมายที่ สภ.ชัยพฤกษ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 พ.ย. ทางโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ต.บางตะไนย์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้ทำหนังสือชี้แจงการลงโทษนักเรียนที่ไม่เหมาะสม ถึงศึกษาธิการจังหวัดนนทบุรี โดยระบุว่า จากเหตุการณ์พฤติกรรมการลงโทษนักเรียนที่เกิดขึ้น ในวันพุธที่ 23 กันยายน 2563 โรงเรียนสารสาสวิเทศราชพฤกษ์ ขอแสดงความเสียใจต่อนักเรียนและผู้ปกครองอย่างสุดซึ้ง มา ณ โอกาสนี้ และขอแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้เร่งติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่อง พบว่าในวันที่ 24 กันยายน 2563 ได้มีผู้ปกครองเข้ามาร้องเรียนว่า บุตรหลานถูกคุณครูพี่เลี้ยง ได้แก่ นางสาวอรอุมา ปลอดโปร่ง ทำโทษเกินกว่าเหตุผู้ปกครองจึงขอเข้ามาตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในห้องเรียนระดับชั้นอนุบาล 1 ทางโรงเรียนได้เปิดห้องประชุมเพื่อรับรองผู้ปกครองและให้ผู้ปกครองได้ดูภาพ เหตุการณ์โดยผ่านจอโปรเจคเตอร์เหตุการณ์ดังกล่าวต่อหน้า โดยมิได้มีการปิดบังความจริงหรือตัดต่อเนื้อหาใดๆ อันซึ่งจะทำให้เกิดความบิดเบือน ปรากฎว่า ภาพครูพี่เลี้ยงได้ลงโทษนักเรียนเกินกว่าเหตุจริง ทางโรงเรียนจึงได้ติดตามนางสาวอรอุมา ปลอดโปร่ง มาชี้แจงในกรณีที่เกิดขึ้น นางสาวอรอุมา ปลอดโปร่ง ได้ยอมรับว่ากระทำการและใช้วาจาไม่เหมาะสมต่อนักเรียน เป็นเหตุให้นักเรียนได้รับความเสียหายทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ จึงให้พ้นสภาพของการเป็นบุคลากรของโรงเรียนทันที และจะลงโทษทางวินัยต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นลำดับต่อไป

ทางโรงเรียนได้ร่วมกับผู้ปกครองนำคลิปไปแจ้งความที่ สภ.ชัยพฤกษ์ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี โดยลงบันทึกประจำวัน ณ วันที่ 24 กันยายน 2563 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ได้พูดคุยกับผู้ปกครองเพื่อร่วมกันหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1) ด้านคดีความ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์จะคอยอำนวยความสะดวกให้แก่นักเรียนและผู้ปกครองเพื่อดำเนินคดีแก่ นางสาวอรอุมา ปลอดโปร่ง และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องจนถึงที่สุด โดยโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ได้ส่งทีมกฎหมายคอยให้ความช่วยเหลือดูแลอย่างใกล้ชิด และ 2) ด้านมาตรการป้องกัน แก้ไขปัญหา และการเยียวยา โดยผู้ปกครองได้เสนอแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาหลายประการ เช่น การติดกล้องวงจรปิดในห้องเรียน การเปลี่ยนครูประจำชั้น และการจัดให้มีนักจิตวิทยาดูแลนักเรียน รวมทั้งแนวทางการเยียวยาต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยจะมีการนัดพูดคุยอีกครั้งในวันที่ 29 กันยายน 2563 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โรงเรียนสารสาสวิเทศราชพฤกษ์ ยึดมั่นในการให้ความรู้และความเป็นธรรมต่อนักเรียนและสังคม มีความเคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ได้เปิดเผยข้อมูลทั้งหมดอย่างสุจริตและสัตย์จริง โดยมิได้เพิกเฉยหรือเข้าข้างผู้กระทำผิด และแสดงความรับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทันที ทั้งการสอบสวนอย่างเปิดเผย การลงโทษทั้งในส่วนของโรงเรียนและตามกฎหมาย การปรึกษาหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องรวมถึงการเยียวยาแก้ไขป้องกัน เพื่อให้โรงเรียนรักษาไว้ซึ่งคำมั่นสัญญาในการเป็นสถาบันแห่งการศึกษาที่ปลอดภัยไว้ใจดังเดิมต่อไป.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง..

- ไล่ออกแล้วครูโหดตบ'อ.1' รร.ปิดเพจหนี-ตร.รับแจ้ง1ข้อหา

- 'ผัวครูโหด'ลั่นตบเด็กโทษก็แค่ปรับ เพื่อนครูแห่อวยให้'สู้ๆ'

- ใจแทบขาด!ครูรร.เอกชนดัง-นนท์ ตบ'อ.1'หัวทิ่มปักพื้น!

Let's block ads! (Why?)



"ความหวาดกลัว" - Google News
September 26, 2020 at 10:54AM
https://ift.tt/2EDwej4

'สารสาสน์ฯ'ร่อนหนังสือแจง ไม่ป้องครูโหด-ลุยดำเนินคดี - เดลีนีวส์
"ความหวาดกลัว" - Google News
https://ift.tt/2XpGqCo

ทำไม "ราคาทองคำ" จ่อพุ่งนิวไฮปิดท้ายปี คราวนี้จะแตะสูงถึงไหน (คลิป) - ไทยรัฐ

hitagajah.blogspot.com

แต่มุมมองนักวิเคราะห์ รวมถึง 'ซิตี้กรุ๊ป' (Citigroup) กลับยังเชื่อว่า "ราคาทองคำ" มีแนวโน้มทำสถิติพุ่งนิวไฮอีกรอบก่อนจบปี 2563

คุณผู้อ่านอาจสงสัย..."ทำไม 'ราคาทองคำ' ถึงจ่อพุ่งนิวไฮอีกรอบ?"

คำตอบจะเป็นอย่างไร...มาไล่เรียงไปพร้อมๆ กัน

"ราคาทองคำ" ที่เพิ่มขึ้นตลอดช่วงปีนี้ เกิดจากนักลงทุนยกโขยงหอบเงินสดไปลงทุนใน "สินทรัพย์ปลอดภัย" หรือ "หลุมหลบภัย" ที่เรียกกันว่า SAFE HAVEN ด้วยความหวาดระแวงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ถูกไวรัสโคโรนา หรือ "โควิด-19" (COVID-19) โจมตี แพร่ระบาดไปทั่วโลก มีผู้ป่วยติดเชื้อสะสม 32 ล้านราย และเสียชีวิตอีกว่า 9 แสนราย

ความหวาดกลัวในครั้งนั้น ส่งผลให้ "ราคาทองคำ" ดีดเพิ่มขึ้นกว่า 34%

และนับจากต้นปีมาจนถึงปัจจุบัน "หุ้นทองคำ" ของ 2 เหมืองทองยักษ์ใหญ่โลก ก็ดีดตอบรับกว่า 50% โดยบริษัท นิวมอนต์ (Newmont Corporation: NEM) ฟื้นตัว 46% และบริษัท บาร์ริค โกลด์ (Barrick Gold: GOLD) ฟื้นตัว 53%

เมื่อไม่นานมานี้ 'ทอม ปาล์มเมอร์' (Tom Palmer) ซีอีโอนิวมอนต์ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ที่เชื่อว่า "ราคาทองคำ" มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นก่อนปิดปี 2563 เหมือนอย่างที่ 'ซิตี้กรุ๊ป' ประเมินไว้

ส่วนเหตุที่ "ราคาทองคำ" ร่วงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนนั้น ก็เป็นเพราะนักลงทุนเทขายทำกำไร จากแรงกดดันสกุลเงินดอลลาร์แข็งค่า แตะระดับ 94.60 สูงที่สุดนับตั้งแต่ 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมา และความต้องการจิวเวอรี่ (Jewelry) ลดลง เช่น 'อินเดีย' หนึ่งในประเทศที่มีการบริโภคทองคำมากที่สุดในโลก แต่เมื่อกำลังเผชิญอยู่กับวิกฤติโควิด-19 ก็ทำให้ความต้องการบริโภคลดลง

แล้ว "ราคาทองคำ" ที่มีการประเมินไว้ว่าจะกลับมาพุ่งนิวไฮอีกครั้ง...จะอยู่ที่ระดับเท่าไร?

หากมองไปที่ "ตลาดทองคำ" วันศุกร์สุดสัปดาห์ (25 ก.ย.) ก็คงเห็นกันแล้วว่า "ราคาทองคำ" เริ่มมีการฟื้นตัวขึ้น อันเป็นผลจากการเข้าซื้อเก็งกำไร โดยมี "ปัจจัย" หลายๆ อย่างเป็น "ตัวเร่ง"

"ปัจจัย" เหล่านั้นมีอะไรบ้าง?

ก็ตั้งแต่...

1. การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายน ซึ่งดูแล้วเห็นแววความยุ่งเหยิงมาแต่ไกล แถมผลเลือกตั้งยังไม่มีความแน่นอน ยากจะคาดเดา

2. อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ตกฮวบทั่วโลก

3. การอัดฉีดสภาพคล่อง (QE) โดยธนาคารกลางทั่วโลก ทั้งระบบธนาคารกลางสหรัฐฯ และสกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่า

4. สถานการณ์การค้าที่ตึงเครียดไปทั่วโลก และความเสี่ยงทางการเมือง

และ 5. การแพร่ระบาดครั้งใหญ่ของโควิด-19 ระลอกใหม่ ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

จากปัจจัยที่ว่านี้ เป็นแรงผลักดันให้ "ราคาทองคำ" อาจทำสถิติ 2,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระยะอันใกล้นี้ และก่อนปิดปี 2563 อาจพุ่งขึ้นมากกว่า 200 ดอลลาร์ต่อออนซ์จากระดับปกติ ไปอยู่ที่ 2,275 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ ในอีก 6-12 เดือนข้างหน้า ก็อาจอยู่ที่ 2,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แต่ยังไงก็ตาม...สำหรับช่วงนี้ มองว่า "ราคาทองคำ" มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบบริเวณ 1,845-1,882 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยแนวต้านแรกที่ 1,882 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจมีแรงเทขายออกมา ถ้าผ่านขึ้นไปได้จะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่ผ่านแนะนำเปิดสถานะขายเพื่อรอซื้อคืนเมื่อราคาอ่อนตัวลง

ไม่เพียงแค่การลงทุนใน "ทองคำจริง" เท่านั้น การซื้อ "หุ้นทองคำ" ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่นักลงทุนมองเห็นกำไร และอาจทำกำไรได้มากกว่า "ทองคำจริง" ด้วยซ้ำ

แต่ก็ใช่ว่า "หุ้นทองคำ" จะประสบความสำเร็จทั้งหมด!

วันนี้...เราคัดสรรมา 3 ตัว จากการคาดการณ์ของบรรดานักวิเคราะห์ที่มองว่า นี่จะเป็น "หุ้นทองคำ" ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด

แน่นอนว่า 1 ใน 3 ตัว ก็คงหนีไม่พ้น "หุ้นเหมืองทอง" นั่นคือ 'บาร์ริค โกลด์' (Barrick Gold: GOLD) หนึ่งในบริษัทเหมืองทองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ผลิตทองคำมากกว่า 5 แสนออนซ์ต่อปี ซึ่งคาดว่า ผลผลิตทองคำเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 5 ล้านออนซ์ต่อปี ไปจนถึงปี 2572

ตัวที่ 2 คือ 'ฟรานโก-เนวาดา' (Franco-Nevada:FNV) บริษัทสตรีมมิงทองคำที่เป็นที่ครอบคลุมทั้ง ทองคำ เงิน ทองคำขาว หรือแม้แต่น้ำมันและก๊าซ โดยปี 2562 รายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจาก "ทองคำ" ถึง 65%

ตัวสุดท้าย คือ 'กองทุนเอสพีดีอาร์' (SPDR Gold Trust: GLD) กองทุนประเภทหนึ่งใน 'กองทุนอีทีเอฟ' (ETF) ที่ถือครองทั้งหุ้นเหมืองทองคำและหุ้นสตรีมมิงทองคำ และหากย้อนไปวันที่ 3 และ 4 สิงหาคม ก็ได้กว้านซื้อ "ทองคำ" มาถือครองกว่า 15 ตัน รวมทั้งหมดมีมากถึง 1,258 ตัน มากกว่าเงินสำรองของธนาคารแห่งอังกฤษถึง 4 เท่า

จากภาพที่เกิดขึ้น แนวโน้ม "ทองคำ" ยังคงเป็นไปในทิศทางบวก ที่ตอนนี้เข้ามาถึงระยะกลางของ "ตลาดกระทิง" แล้ว ส่วนใครอยากลงทุนแบบไหน ก็ขอให้ระมัดระวังในการลงทุน เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

ข่าวอื่นๆ :

Let's block ads! (Why?)



"ความหวาดกลัว" - Google News
September 26, 2020 at 05:30AM
https://ift.tt/2Gfh3Na

ทำไม "ราคาทองคำ" จ่อพุ่งนิวไฮปิดท้ายปี คราวนี้จะแตะสูงถึงไหน (คลิป) - ไทยรัฐ
"ความหวาดกลัว" - Google News
https://ift.tt/2XpGqCo

Tuesday, September 22, 2020

กิน “ผงชูรส” แล้วผมร่วง? - สยามรัฐ

hitagajah.blogspot.com

ได้ยินกันมานานกับเรื่องนี้ จนเป็นความเชื่อจากรุ่นสู่รุ่น เรื่องการกินผงชูรสจะทำให้ผมร่วง ซึ่งจะจริงหรือไม่ เพจ Fda Thai ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีคำตอบ

ในเเถบเอเชียมีการใช้ผงชูรสในการปรุงเเต่งรสอาหารอย่างแพร่หลาย และในไทยเองคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไม่มีใครไม่รู้จักผงชูรส

ผงชูรส มีชื่อทางเคมีว่า (Monosodium glutamate) เป็นผลผลิตที่เกิดจากกระบวนการหมักกากน้ำตาลอ้อยและน้ำตาลจากแป้งมันสำปะหลัง จัดเป็นสารปรุงแต่งอาหารชนิดหนึ่งที่ประกอบไปด้วย เกลือ(sodium) และ กลูตาเมต(glutamate) ผงชูรสช่วยเพิ่มรสชาติของอาหาร หรือสร้างรสกลมกล่อมให้กับอาหาร

ปัจจุบันองค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้ผงชูรสให้เป็นวัตถุเจือปนอาหาร (Food additive) ซึ่งมีความปลอดภัย แต่คนส่วนใหญ่ต่างหวาดกลัวเเละคิดว่าผงชูรสเป็นสารอันตราย และที่ได้ยินกันมาตลอด คือผงชูรสเป็นสาเหตุทำให้ผมร่วง ซึ่งไม่เป็นความจริง ผมร่วงเกิดจากปัจจัยต่างๆ ด้านร่างกายของเราเอง ไม่ว่าจะเป็นฮอร์โมน ความแข็งแรงของหนังศีรษะ และอายุที่มากขึ้น

แต่อย่างไรก็ตาม สารปรุงแต่งอาหารถ้าใช้ในปริมาณที่มากเกินไปย่อมไม่เกิดผลดีต่อร่างกายอย่างเเน่นอน เพราะในผงชูรสมีเกลือเป็นส่วนประกอบ หากรับประทานมากเกินไปในระยะยาวจะส่งผลให้ไตเสื่อม เเละความดันโลหิตสูงได้

จะเห็นได้ว่าผงชูรสได้รับการรับรองจาก อย.ว่ามีความปลอดภัย แต่ก็ไม่ควรกินในปริมาณที่มากเกินไป เพราะฉะนั้น เราควรเลือกบริโภคอาหารที่หลากหลาย มีประโยชน์

Let's block ads! (Why?)



"ความหวาดกลัว" - Google News
September 23, 2020 at 07:00AM
https://ift.tt/2RSl7pg

กิน “ผงชูรส” แล้วผมร่วง? - สยามรัฐ
"ความหวาดกลัว" - Google News
https://ift.tt/2XpGqCo

Saturday, September 19, 2020

อินเดียสกัดแผนโจมตีก่อการร้าย - NEW18

hitagajah.blogspot.com

สำนักงานสอบสวนแห่งชาติอินเดีย หรือ เอ็นไอเอ (National Investigation Agency) แถลงผลการจับกุม สมาชิกเครือข่ายกลุ่มอัล-กออิดะห์ 9 คน สกัดแผนโจมตีก่อการร้าย สถานที่สำคัญหลายแห่งทั่วอินเดีย รวมทั้งในเมืองหลวงกรุงนิวเดลี

แถลงการณ์ของเอ็นไอเอ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักต่อต้านการก่อการร้ายของอินเดีย เมื่อวันเสาร์ ระบุว่า กลุ่มอัล-กออิดะห์วางแผนโจมตีก่อการร้าย สถานที่สำคัญหลายแห่งในอินเดีย รวมถึงกรุงนิวเดลี โดยมีเป้าหมายสังหารประชาชนผู้บริสุทธิ์ และสร้างความหวาดกลัวต่อประชาชน โดยผู้ก่อการร้ายอัล-กออิดะห์ 6 คน ถูกจับกุมที่รัฐเวสต์เบงกอล ทางภาคตะวันออก และอีก 3 คนถูกจับกุมในรัฐเกรละ ทางภาคใต้ ทั้ง 9 คนนี้เกี่ยวโยงและได้รับการสนับสนุน จากกลุ่มก่อการร้ายในปากีสถาน

เบื้องต้นยังไม่มีความเห็นจากกระทรวงการต่างประเทศปากีสถาน ซึ่งตามปกติปากีสถานมักจะปฏิเสธ ข้อกล่าวหาให้การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย.

Advertisement

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Let's block ads! (Why?)



"ความหวาดกลัว" - Google News
September 20, 2020 at 10:36AM
https://ift.tt/2RKoApQ

อินเดียสกัดแผนโจมตีก่อการร้าย - NEW18
"ความหวาดกลัว" - Google News
https://ift.tt/2XpGqCo

Thursday, September 17, 2020

ใกล้ตกลงหลังหัก..ควรฝาก สิ่งดีๆ ก่อนจาก ไม่ดีกว่าหรือ?? - บางกอกทูเดย์ - Bangkok Today

hitagajah.blogspot.com

[unable to retrieve full-text content]

ใกล้ตกลงหลังหัก..ควรฝาก สิ่งดีๆ ก่อนจาก ไม่ดีกว่าหรือ??  บางกอกทูเดย์ - Bangkok Today

"ความหวาดกลัว" - Google News
September 18, 2020 at 07:17AM
https://ift.tt/3kqCUQL

ใกล้ตกลงหลังหัก..ควรฝาก สิ่งดีๆ ก่อนจาก ไม่ดีกว่าหรือ?? - บางกอกทูเดย์ - Bangkok Today
"ความหวาดกลัว" - Google News
https://ift.tt/2XpGqCo

'ทนายเจมส์'ฝากถึง'มนุษย์ป้า'ยกฎีกาเตือนสติคนใจร้ายขู่เด็กให้กลัวพ่อ - สยามรัฐ

hitagajah.blogspot.com

[unable to retrieve full-text content]

'ทนายเจมส์'ฝากถึง'มนุษย์ป้า'ยกฎีกาเตือนสติคนใจร้ายขู่เด็กให้กลัวพ่อ  สยามรัฐ

"ความหวาดกลัว" - Google News
September 18, 2020 at 09:56AM
https://ift.tt/2RG7jhq

'ทนายเจมส์'ฝากถึง'มนุษย์ป้า'ยกฎีกาเตือนสติคนใจร้ายขู่เด็กให้กลัวพ่อ - สยามรัฐ
"ความหวาดกลัว" - Google News
https://ift.tt/2XpGqCo

Wednesday, September 16, 2020

วิเคราะห์ความคิดเด็ก ถอดชนวนก่อนรอมชอมไม่ได้ | เรือรบ เมืองมั่น - กรุงเทพธุรกิจ

hitagajah.blogspot.com

17 กันยายน 2563

61

อีกแค่ 2 วัน เด็กนักเรียนนักศึกษาจะจัดชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่จะเคยจัดมา

ถ้าฝ่ายตรงข้ามกับพวกเขายังมีความคิดเชิงอคติว่าอย่าไปฟังมัน มันล้มเจ้า เป็นหุ่นเชิดของกลุ่มโน้นฝ่ายนี้ อย่างงั้นก็จบกัน ตัดโอกาสรอมชอมปรองดอง สิ้นหนทางนำความคิดดี ๆ มาใช้แก้ปัญหาที่หมักหมมอยู่ทุกวันนี้ ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่คนรุ่นเก่าหวาดกลัว เช่น เรื่องของความเสี่ยงที่จะเกิดความไม่สงบ เศรษฐกิจจะยิ่งแย่ลงไป หรืออื่นๆ ก็อาจจะเกิดขึ้นจริงๆ ฟังเสียงพวกเขาบ้างเถอะครับ ไม่ใช่ว่าต้องยอมตามไปเสียทั้งหมด แต่ต้องเลือกสรรทำในสิ่งที่ถูกที่ควร ถ้าไม่คิดว่าเพื่ออนาคตของคนไทยในวันหน้า ก็คิดเสียว่าเป็นประโยชน์ต่อพวกเราคนร่วมสมัยด้วยกัน

เมื่อไม่นานมานี้เอง ผมยอมรับว่ารู้สึกหมดหวังกับเยาวชนรุ่นใหม่ เพราะเห็นว่าเยาวชนไทยจำนวนมากหมดหวังต่ออนาคตของพวกเขาเอง พวกเขาไม่เห็นแววของแสงสว่างที่จะส่องมาสู่ชีวิตพวกเขาภายใต้สภาพสังคมที่ฟอนเฟะและเศรษฐกิจที่ตกต่ำ พวกเขาจึงเอาแต่แว๊นท์ ไม่เสียเวลากับการเรียนหนังสือ หาเงินง่าย ๆ ด้วยการขายยาขายตัว ชักจูงคนเล่นพนันออนไลน์ ใช้ชีวิตไร้ค่าไร้ความหวัง เทียบไม่ได้กับเยาวชนชาติอื่น แม้กระทั่งลูกหลานแรงงานต่างด้าวที่หลีกลี้สภาพเลวร้ายในบ้านตน มาแสวงหาโอกาสในบ้านเราที่ยังดีกว่าบ้านเขานิดหน่อย คนเหล่านี้ดูจะมีอนาคตกว่าเด็กไทยด้วยซ้ำ

แต่ผมคิดผิด เมื่อเห็นการตื่นรู้และความกล้าหาญของเยาวชนรุ่นใหม่จริงๆ ที่จู่ๆ ก็ทะลุกรอบโรงเรียนออกมาเรียกร้องนานาที่ไม่ใช่แค่สิทธิของพวกเขาเอง แต่เป็นอนาคตของประเทศที่พวกเขาต้องใช้ชีวิตต่อไป ทั้งยังทวงอนาคตให้กับคนที่แก่กว่าเขาอีกหลายรุ่นหลายกลุ่มที่ยังไงก็ต้องมีร่วมกันไปอีกนาน  ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ อย่าไปมองแค่ว่าเป็นเพราะพวกเด็กตกเป็นเหยื่อของกลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดีต่อชาติ ล่อลวงด้วยสื่อสมัยใหม่ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น ก็จะมีความกังขาทันทีถึงสิ่งที่พวกเรารุ่นเก่าอบร่ำพร่ำสอนเขาทั้งที่บ้านที่โรงเรียน แต่ไยไม่ประสบความสำเร็จเท่าคนเหล่านั้น สื่อเหล่านั้น (ที่พวกเราก็ใช้กัน) ถ้ามองกันให้ลึกซึ้งก็จะพบว่าเยาวชนที่ออกมาติดโบว์ขาวชูสามนิ้วพวกนี้มีความพิเศษ จนทำให้พวกที่ถูกมองว่ามีผลต่อโลกทัศน์ความคิดของเขา กลับเป็นผู้ตามหรือแสวงประโยชน์จากเด็กเสียด้วยซ้ำ ซึ่งก็ไม่ใช่มีแต่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล ตอนนี้ก็เห็นคนดังที่เคยเชียร์รัฐบาลจำนวนไม่น้อยออกมาเกาะกระแสเด็ก

การกล่าวหาว่าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม รู้ไม่จริงในปัญหา ไม่เข้าใจสถานการณ์ทุกวันนี้นั้นเป็นเรื่องปรามาสจนเกินไป เด็กรู้และเข้าใจเรื่องเหล่านี้ดีมาก อาจมากกว่าผู้ใหญ่บางคนด้วยซ้ำ เพราะเขาเจอมันอยู่ทุกวันทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียน  เราเองก็อาจเจอเหมือนกันแต่ความเข้าใจของเราอาจตกผลึกตายตัวอยู่ในยุคสงครามเย็นบ้าง หลบอยู่ใต้เกราะแห่งความคุ้นชินที่คุ้มครองตัวเราหรือความคิดเราบ้าง แนวทางการแก้ปัญหาของเราก็อยู่ในกรอบเดิม ๆ แก้ได้บ้างไม่ได้บ้าง ไม่ยั่งยืน เด็กเห็นความคิดและวิธีการของเราก็ส่ายหัว ในโรงเรียน พวกเขาพบเห็นความไม่ชอบมาพากลสารพัด ทั้งการบูลลี่ การลวนลาม และการใช้อำนาจเกินขอบเขต ขณะที่ผู้ใหญ่นอกสถาบันมองเห็นแต่ภาพงามของการที่เด็กต้องเคารพผู้ใหญ่ ต้องรักษาแถวแห่งระเบียบวินัย นอกโรงเรียน พวกเด็กพบเห็นการทุจริตคอร์รัปชั่น การคุกคามละเมิดสิทธิ ความอยุติธรรมโจ๋งครึ่ม ขณะที่ผู้ใหญ่มองเห็นแต่ความจำเป็นของความสงบ บอกให้เด็กหยวนๆกันไป อย่าไปยุ่งมุ่งแต่เรียนเถอะ แต่เยาวชนรุ่นนี้ไม่ยอมหยุดอยู่แค่นั้น

ทำไมเด็กถึงมีความคิดแบบนี้ได้เล่า ทำไมถึงกล้ากันจัง ทำไมถึงต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมหลายสิ่งหลายอย่างแบบ 360 องศา โลกอินเทอร์เน็ตและแพลตฟอร์มสื่อสารทันสมัยเป็นเพียงเครื่องมือกระจายความเข้าใจร่วมให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เนื้อหาข้อเท็จจริงที่ปรากฏขึ้น เรียกอ่านซ้ำเมื่อใดก็ได้และไม่มีทางลบเลือนเหมือนอดีตต่างหากที่ส่งผลทางความคิดให้แก่พวกเขา  เฟคนิวส์นั้นมีจริง แต่ถ้าปราศจากเหตุผลพิสูจน์ตรวจทาน ข้อมูลปลอมก็จะค่อย ๆ ถูกคัดตก ไม่สามารถต่อยอดความคิดนานไป หนทางอันทรงประสิทธิภาพที่สุดที่จะสกัดดั้นการแพร่กระจายความคิดที่เราผู้ใหญ่คิดว่าไม่ถูกต้องแก่เด็กนั้นไม่ใช่การปิดกั้นความคิดเด็ก แต่เป็นเราเองต้องทำตัวอย่างถูกต้องตามครรลองคลองธรรม และช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดไปแล้วขึ้นอย่างเต็มความสามารถไม่ใช่ซุกไว้ใต้พรม

เข้าใจครับว่าสิ่งที่เด็กเรียกร้องหลายอย่างเป็นเรื่องหมิ่นเหม่ ทำไม่ได้ในเวลาอันใกล้ และอาจสร้างปัญหาเชิงซ้อนต่อเนื่องไปจนยุ่งกว่านี้ แต่ยังมีข้อเรียกร้องอีกเป็นจำนวนมากที่ตอบโจทย์สังคม เป็นกุญแจไขความคับข้องได้ ผู้ใหญ่ไม่จำเป็นต้องคิดแบบโลกนี้มีแค่สองสีว่าต้องรับหรือไม่รับข้อเรียกร้องของเด็กทั้งหมด อันไหนรับได้ก็ต้องหาทางแก้ไขอย่างจริงจัง อันไหนยังไม่ได้ก็วางแผนแก้ไขในระยะยาว หรือถ้าไม่สามารถทำใจได้ก็ปล่อยไป เพราะถึงอย่างไรอนาคตก็เป็นของเด็กรุ่นนี้ที่ต้องโตขึ้นไปแก้ไขเองอยู่แล้ว ความจริงใจของผู้ใหญ่ที่จะไม่เป็นปฏิปักษ์กับเด็กนั้นจึงจะเป็นยาชันที่นำไปสู่การรอมชอมต่อไป

ดูบทความทั้งหมดของ เรือรบ เมืองมั่น

Let's block ads! (Why?)



"ความหวาดกลัว" - Google News
September 17, 2020 at 04:09AM
https://ift.tt/2FKB3ae

วิเคราะห์ความคิดเด็ก ถอดชนวนก่อนรอมชอมไม่ได้ | เรือรบ เมืองมั่น - กรุงเทพธุรกิจ
"ความหวาดกลัว" - Google News
https://ift.tt/2XpGqCo

Tuesday, September 15, 2020

ม็อบทุบเศรษฐกิจ - ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

hitagajah.blogspot.com

ทายท้าวิชามาร : ใบตองแห้ง

รัฐบาลและเครือข่ายใช้ปฏิบัติการจิตวิทยา ทั้งข่มขู่ให้ร้ายปล่อยข่าว ม็อบจะสร้างความรุนแรง จะเกิดความวุ่นวาย จะปะทะกัน จะเกิด 6 ตุลา จะเกิดรัฐประหาร ฯลฯ เพื่อให้เกิดความกลัวความตึงเครียด เพื่อให้คนไม่กล้าไปม็อบ พ่อแม่ห้ามลูกหลาน นักเรียนนักศึกษา เกรงจะเป็นอันตราย

พอดูท่าจะสกัดไม่ได้ ก็หันมาซัดว่าถ้าม็อบวุ่นวายมาก รัฐบาลบริหารไม่ได้ คน 60 ล้านเดือดร้อน ใครรับผิดชอบ

หรือโทษว่าม็อบจะทำให้คนตกงาน เศรษฐกิจกำลังจะฟื้น ถ้ารัฐบาลอยู่ไม่ได้ โครงการจ้างงาน 1 ล้านตำแหน่ง เด็กจบใหม่ 2.6 แสนคน ใครจะรับผิดชอบ

เป็นข้ออ้างแบบกุ๊ย อันธพาล รัฐบาลได้อำนาจมาอย่างไม่ชอบธรรม ด้วยกติโกง ตั้ง 250 ส.ว.มาโหวตตัวเอง ดันทุรังไม่ยอมให้แก้รัฐธรรมนูญ แล้วอ้างคน 60 ล้านเป็นตัวประกัน

รัฐบาลบริหารงานไร้ประสิทธิภาพ ล้มเหลวกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจตั้งแต่รัฐประหาร พอเป็นรัฐบาลสืบทอดอำนาจ ผสมพันธุ์นักการเมือง ก็มัวแต่แก่งแย่งเก้าอี้กัน ทีมเศรษฐกิจลาออก ตั้งรัฐมนตรีคลังใหม่ 27 วันลาออก จนป่านนี้ยังหาคนไม่ได้ ไม่ยักเคยมีความรับผิดชอบต่อประชาชน

แก้ปัญหาเศรษฐกิจ กี่ปีกี่ชาติก็คิดได้แค่ชิมช้อปใช้ เพิ่มวันหยุด ยุให้ข้าราชการหลังยาว

5 ปีรัฐประหารคุยโอ่ผลงานปราบลอตเตอรี่เกินราคา งวดนี้เท่าไหร่ล่ะ คู่ละ 220 แล้วจะให้คนซื้อไปแจ้งจับแม่ค้า ซึ่งถูกกินหัวคิวมาเป็นทอด ๆ ปัญหาแค่นี้ยังแก้ไม่ได้ ไม่เคยรับผิดชอบต่อประชาชน ยังโทษว่าม็อบจะทำให้เศรษฐกิจพัง

ข้อแรก ม็อบจะทำให้เศรษฐกิจพังได้อย่างไร ในเมื่อไม่ใช่ม็อบมีเส้นยึดทำเนียบยึดสนามบินปิดเมืองขัดขวางเลือกตั้งเพื่อให้เกิดรัฐประหาร ม็อบนักศึกษาม็อบคนรุ่นใหม่อย่างมากก็ค้างคืนเดียวเพราะต้องไปเรียนไปทำงาน

จุดประสงค์ของม็อบครั้งนี้คือการ “ยกระดับ” แสดงพลังช่วงชิงพื้นที่ ที่เป็นสัญลักษณ์ของการเคลื่อนไหวประชาธิปไตยมาตั้งแต่อดีต แต่ปัจจุบันถูกห้าม ธรรมศาสตร์ถูกห้าม สนามหลวงถูกกั้นรั้ว (ไม่มีกระทั่งที่รอรถเมล์) ทำเนียบรัฐบาลก็ห้ามเข้าใกล้ 50 เมตร

เขาจึงจะชุมนุมค้างคืนแล้วเดินขบวน เพื่อทวงพื้นที่ของประชาชนคืน แล้วก็จบ เป็นการแสดงพลังโดยสงบ ถ้าตำรวจทหารไม่ใช้กำลังขัดขวาง ไม่ใช้ความรุนแรง ก็ไม่เกิดอะไรขึ้น

ข้อสอง ม็อบทำให้เศรษฐกิจพังไม่ได้หรอก เพราะมันพังแล้วด้วยฝีมือประยุทธ์ ก่อนโควิดก็แย่อยู่แล้ว พอเกิดโควิดใช้วิธีคิดแบบทหาร ยึดเป้าหมายทำให้ตัวเลขเป็นศูนย์ เศรษฐกิจฉิบหายเท่าไหร่ช่างมัน “ฉุกเฉินชั่วชาติ” สร้าง Mindset แห่งความหวาดกลัว ศูนย์ ๆ ๆ อยู่บนความหวาดผวาว่าจะระบาดรอบสอง ๆ ๆ “ภูเก็ตโมเดล” จึงล่มเพราะคนยังจมอยู่ในความกลัว ไม่มีทางเปิดรับทัวร์ต่างชาติได้จนกว่าจะมีวัคซีน ปีหน้าตอนบ่าย ๆ หรือชาติหน้าตอนบ่าย ๆ สำหรับธุรกิจท่องเที่ยว ที่คงจะตายหมดก่อน

ข้อเรียกร้องของคนรุ่นใหม่อาจจะ “เพดานสูง” แต่ข้อเรียกร้องขั้นต้น ก็เป็นจุดร่วมของคน 60 ล้านด้วยซ้ำ คือแก้รัฐธรรมนูญ ตั้ง สสร.ขึ้นมายกร่างใหม่ทั้งฉบับ ซึ่งใช้เวลา แต่ระหว่างนี้ก็แก้เฉพาะหน้า ตัดอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ แก้ระบบเลือกตั้ง เพื่อให้ได้รัฐบาลที่ชอบธรรม ที่คน 60 ล้านเลือกมา ซึ่งถ้าประยุทธ์ชนะ พปชร.ชนะ ตามกติกาประชาธิปไตยก็ต้องยอมรับ

แต่รัฐบาลและ 250 ส.ว.ดันทุรัง จะงอกรากอยู่อย่างนี้ไม่ยอมไป

อันที่จริง 6 ปีรัฐประหาร ปัจจัยการเมืองก็สร้างความวิตกต่อนักลงทุนต่างชาติมาตลอด เพราะเขาไม่เชื่อว่าระบอบที่ไม่ชอบธรรมนี้จะดำรงอยู่ได้ สืบทอดอำนาจได้อย่างราบรื่น จะต้องเกิดแรงต้านปะทุขึ้นสักวัน เขาจึงยั้งมือไม่ลงทุนระยะยาว (หรือย้ายหนีเสียเลย)

แล้วระบอบนี้ก็ถึงจุดหัวคะมำจนได้ แต่กลับไปโทษคนต่อต้านว่าต้องรับผิดชอบ มีความผิดฐานไม่ยอมจำนนเผด็จการ

Let's block ads! (Why?)



"ความหวาดกลัว" - Google News
September 16, 2020 at 06:23AM
https://ift.tt/32w61fs

ม็อบทุบเศรษฐกิจ - ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์
"ความหวาดกลัว" - Google News
https://ift.tt/2XpGqCo